Book

posted on 14 Feb 2008 22:19 by fernzzzzz

  

ความสุขของกระทิ

          น่าเสียดายที่ท้องฟ้ากลางกรุงเต็มไปด้วยมลภาวะจนหมู่ดาวไม่อาจปรากฎให้เห็นได้อย่างที่ตั้งใจ แต่กะทิก็สุขใจกับการเฝ้ามองท้องฟ้า กะทิรู้สึกดีและสัญญากับตัวเองว่าจะทำบ่อยๆ จักรวาลนี้กว้างใหญ่นัก มนุษย์ตัวจ้อยจะมีอำนาจอะไร เพียงแหงนมองฟ้าก็ดูจะปลดศักดาและความมุ่งหวังเกินตัวให้หมดสิ้นไปได้ในบัดดล เหลือเพียงหัวใจดวงเล็กๆ ในอกที่เต้นอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและใฝ่หาความสุขตามอัตภาพ ไม่ต้องการสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ต้องการสิ่งใดที่อยู่ไกลตัว  

       “ความสุขของกะทิเป็นหนังสือที่ใช้ภาษาสวยงาม สะอาดสะอ้าน แต่ทว่ากลับลึกซึ้ง กินใจ ไปตามบรรยากาศของตัวหนังสือได้อย่างดี หนังสือเล่าเรื่องราวชีวิต ของเด็กผู้หญิง ตัวเล็กๆ ชื่อ กะทิกะทิอยู่กับตาและยาย คนทั้งคู่นี่เองที่คล้ายกับเป็นผู้กุมความลับ ในชีวิตของกะทิเอาไว้ หนังสือจะค่อยๆ เปิดเผยเรื่องราวของกะทิทีละนิด และนั่นก็เป็นเสน่ห์ที่ทำให้เราติดใจ สงสัยใคร่รู้ ถึงเรื่องที่ยังไม่ได้เปิดเผย เช่นว่า .. ทำไมชีวิตประจำวันของกะทิ ถึงมีแต่ตากับยาย? .. แม่ของกะทิไปไหน? .. แล้วพ่อล่ะ? ท่ามกลางคำถามเหล่านี้ ชีวิตของกะทิกลับดำเนินไปอย่างสวยงาม สะอาด ไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน แต่เราจะสัมผัสได้ว่า กะทิมีความเป็นผู้ใหญ่อยู่ในตัว เธอจะตัดสินใจ จัดการกับสถาณการณ์บางอย่าง ด้วยตัวของเธอเอง เหมือนกับหนังสือ ที่จะเล่าถึง เหตุการณ์ประจำวันของกะทิ ด้วยภาษาง่ายๆ แต่ในความเรียบง่ายนั้น กลับมีชีวิต อย่างน่าประหลาด

ความสุขของกะทิ ตอน ตามหาพระจันทร์

 

          

            “ชีวิตก็เหมือนบทเพลง ต่างลีลา ต่างจังหวะ มีทั้งโศกเศร้าเหงาซึ้ง ทั้งสุขสนุกเริงร่า และแน่นอนว่าคละเคล้ากันไป ยามทุกข์ คงไม่มีอะไรดีกว่าอดทนและรอให้ทุกอย่างฝ่านไปในที่สุด ยามสุข ก็คงไม่หลงลืมว่า วันข้างหน้าอาจมีสิ่งเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้

ในเล่มที่แล้วเราได้รู้จักกับกะทิ ได้รู้ว่าทำไมกะทิถึงอยู่กับตาและยาย พ่อและแม่ของกะทิอยู่ที่ไหน แต่ก็ยังคงมีปริศนา ที่ค้างคาอยู่ในใจคนอ่านอีกมาก จึงทำให้เราไม่เคยที่จะหลงลืม กะทิ เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ที่อาศัยอยู่ในบ้านทรงไทย ริมแม่น้ำ

จากเล่มที่แล้วคนเขียน งามพรรณ เวชชาชีวะ ทำคนอ่านสะเทือนหัวใจยิ่งนัก มาถึงเล่มนี้ ดีกรีความเศร้าสะเทือน อารมณ์ ลดน้อยลงกะทิใช้ชีวิตประจำวันทุกวัน อยู่ที่บ้านริมคลอง ในแต่ละบท ผู้เขียนมีการสร้างปมปริศนาอื่น เข้ามาแทรกทีละน้อย โดยที่ไม่ทำให้ โครงเรื่องประจำวันของกะทิ ลดบทบาท ความสำคัญลง แต่ไม่น่าเชื่อว่า ปมปริศนาจุดเล็กๆ เหล่านี้ มีความสนุกและน่าสนใจ ได้มากพอๆ กับเรื่องราวของกะทิ ปริศนาที่ผู้เขียนสร้างไว้ เป็นปมเล็กๆ ไม่เด่นเกินหน้า ปมปริศนาของกะทิ ที่กำลังไขปริศนาความลับของตัวเอง ในตอน ตามหาพระจันทร์เป็นการไขปริศนาส่วนหนึ่ง ในชีวิตของกะทิ ที่แม่ทิ้งเอาไว้ให้ "

 

 

 

หนึ่งวันเดียวกัน (2544) 

รวมเรื่องสั้นแนวทดลองจากคอลัมน์ life in a day ในนิตยสาร a day

 

รวมเรื่องสั้นที่ฉีกแนวจากรวมเรื่องสั้นทั่วไป ด้วยการนำเสนอที่มีภาพถ่าย

กราฟฟิก เสนอภาพชีวิตในมุมเล็ก ๆ ที่พบเห็นทุกวันในชีวิตประจำวัน

 

วันแรกของวันที่เหลือ (2547) 

วันแรกของวันที่เหลือ (2547) รวมเรื่องสั้นประกอบภาพถ่าย กราฟฟิก

  

ชุดที่ 2 ของเรื่องสั้นสั้นสะท้อนปัญหาสังคมและให้กำลังใจในการเดินทางชีวิตของเรา

ทำให้มองอีกมุมหนึ่งว่า ชีวิตยังมีด้านที่สวยงาม และคุณค่าของชีวิตอยู่ในมือของเราเอง

 เล่นเงา

 

 

     มันเห็นทุกเหตุการณ์อย่างปวดร้าว ไม่สามารถแก้ไข
อะไรได้ แม้แต่จะร้องไห้ก็ไม่มีน้ำตาได้แต่เฝ้ามอง
ความเป็นไปเหล่านั้นอย่างรันทดใจ เพราะมันเป็นเพียง
"
ไอ้เท่ง" ตัวหนังตะลุง

นิยายเล่มใหม่จากปลายปากกาของ "สิเหร่" 

edit @ 15 Feb 2008 10:53:35 by fernz